calendar

<< December >>

S

M

T

W

T

F

S

30 

5 

10 

11 

12 

13 

14 

15 

16 

17 

18 

19 

20 

21 

22 

23 

24 

25 

26 

27 

28 

29 

30 

31 

<< 2008>>

29.อีกหนึ่งความภูมิใจของแม่
28.About A Boy.
27.my little son-shine
26.สาวน้อยร้อยชั่ง 9 months old
25.Here I am
24.Love street
23.29 กุมภาพันธ์ 2551
22.จำเลยรัก
21.วันพุธ สีขาว
20.sunday...where is the sun?
19.เหมือนเมื่อวาน
18.สุข สุด สุด
17.ฉันเหงา
16.still still
15.gifts
14 February - Valentines day
13.อันเนื่องมาจาก...
12.วันที่เราเฉากันทั้งบ้าน
11.oh my love
10.......
9.รู้แค่ว่า ตอนนี้อยากอยู่เมืองไทยจัง
8.แสบสนิท แม่ส่ายหน้า
7.secret clip
6.วันหนาวๆ
5.วันแฉะๆ
4.We did it
3.Little piggy girl story
2.About A boy
1.Hello 2008
The end of the year
Happy day for me
test
tagลูกรัก
Tag ทำดีเพื่อพ่อ
มาร้องเพลงกันนะครับ
Our life
Mary talks to you
ไมกี้กับTrick or treat 07
สองศรีพี่น้อง





10.......


 

เรื่องราวของยาย

 

 

แม่เดินทางกลับเมืองไทย เช้าวันเสาร์ที่ 26 มค. จากนิวยอร์ก
ถึงเมืองไทยราวๆ บ่าย 3 กว่าๆ วันอาทิตย์
และก็ออกเดินทางลงไปใต้ ไปเยี่ยมยาย บ่ายวันจันทร์
เพราะน้องสาวของอิชั้นเลิกงานตอนบ่าย
ไปกันสามคน พ่อแม่ และน้องสาว
ไปถึงบ้านยายประมาณ "8 โมงเช้า วันอังคาร"
ชื่อเดียวกับชื่อเพลงของปาล์มมี่เลยแหะ อิอิ

ระหว่าง อิชั้นก็โทรไปหาหลายครั้ง
เห็นน้องสาวบอกว่า แม่หลับตลอดทางตั้งแต่ออกเดินทางตอนบ่ายสอง
ตื่นมาตอน 2 ทุ่ม ท่าทางจะยังปรับเวลาไม่ได้
และตื่นมาก็ คุยๆๆๆ ไม่ได้หยุดเลย เอ๊ะ นินทาใครรึเปล่าเนี๊ยะ

ตอนแรกเห็นพ่อบอกว่า น่าจะถึงบ้านยายประมาณตี 4
แต่พ่อขับรถคนเดียวตลอดทาง มีแวะจอดหลับตอนใกล้สว่าง
แถวๆทุ่งสง ซึ่งใกล้บ้านยายเข้ามาทุกทีแหละ และก็ออกเดินทางต่อ

พอไปถึงบ้านยาย อิชั้นกะเวลาว่าเค้าน่าจะถึงกันแล้ว
ก็เลยโทรไปอีกครั้ง
แม่บอกว่า ยายยังสดชื่นอยู่ อาการดีขึ้นกว่าวันก่อนๆ ที่ป้าเล่าให้ฟัง
ยังทานอาหารได้เหมือนเดิม แต่ก็น้อยเหมือนเดิม
เวลาอยากจะขยับตัว ก็สามารถบอกให้คนช่วยได้
รับรู้ว่าใครมาเยี่ยม มองเห็น แต่ต้องเข้าไปใกล้ๆ และยังจำทุกคน ทุกสิ่งได้
นี่แหละ คือ บุญวาสนา และความโชคดีของยายอิชั้นหล่ะ
เป็นหญิงชรา วัย 92 ปี ที่ความจำยังไม่ลบเลือน ไม่มีโรคภัยใดๆมาเบียดเบียน
เพราะยายของอิชั้นเป็นคนดี และจิตใจดีนั่นเอง

 

10

 

ตั้งแต่อิชั้นเกิดมา ก็เห็นยายทำงานทุกอย่างคนเดียว
เพราะตาเสียไปตั้งแต่น้าชายอิชั้นยังอยู่ในท้องยายเลย
ก็ 47 ปีแล้ว ที่ตาจากไป

ยายมีลูก 4 คน ลุง ป้า แม่ และน้าชาย
แม่เล่าให้ฟังว่า ยายไม่ได้เรียนหนังสือ
เพราะตอนยายเด็กๆ ปีนต้นไม้ แล้วตกลงมา
ขา หรือแขนหัก นี่แหละ อิชั้นจำไม่ได้แล้ว
เลยไม่ได้ไปโรงเรียนอีกเลย
อ่านและเขียนหนังสือไม่ได้ แต่นับเลข และดูเวลาได้เท่านั้น
ลูกๆ 3 คนแรกของยาย เรียนโรงเรียนวัด และไม่ได้เรียนสูงกันเลย
นอกจากน้าชาย ตอนเด็กอิชั้นจำได้ว่า ยังเห็นน้าไปเรียนหนังสืออยู่เลย
น่าจะเป็นขั้นปวช.หรือปวส. ก็ไม่แน่ใจอีกแหละ
แต่น้าเป็นคนเดียวที่มีงานเป็นหลักแหล่ง
ส่วนลุงก็ขับรถสิบล้อ เคยพาอิชั้นกับแม่ และน้อง ติดรถขึ้นมากรุงเทพฯ มาหาญาติหลายครั้งแล้ว
ส่วนป้าก็ช่วยยายทำนา ดูแลบ้านและครอบครัว ช่วยยายหารายได้เข้าบ้าน
ส่วนแม่อิชั้น ก่อนแต่งงาน ก็ช่วยยายทำนาบ้าง รับจ้างเค้าทำนาบ้าง
จนแต่งงานกับพ่อ เลยได้เป็นคุณนายนายทหารเรือ จนถึงปัจจุบัน อิอิ

พ่อเจอแม่ที่สงขลา แต่ต้องย้ายกันมาที่สัตหีบ
จนมีอิชั้น กับจอย พอได้ 3 ปี ก็ย้ายกลับไปสงขลาอีก
แต่เราอยู่กันในเมือง บ้านยายอยุ่อ.ระโนด
ทุกๆปิดเทอม อิชั้นก็จะได้ไปบ้านยาย
ตอนนั้นบ้านยายยังไม่มีไฟ ต้องตามตะเกียงเอา
และบ้านเป็นเรื่อนไม้ทั้งหลัง ที่ตกทอดมาตั้งแต่รุ่นทวด
บ้านยายไม่ได้ร่ำรวยอะไร ไม่ใช่เรือนไม้ราคาแพง
แต่อิชั้นยังจำได้ทุกซอกทุกมุมของบ้านยาย
จำลักษณะของพื้นไม้ได้ดี ว่าแต่ละส่วนเป็นไม้แบบไหน
ตรงไหนมีร่องยังงัย ส่วนไหนที่เดินไปแล้วต้องเดินค่อยๆ

ประตูด้านนึง ของบ้าน เวลากลางคืน ต้องดามประตูด้วยไม้ท่อนใหญ่
ซึ่งหนักมาก ต้องช่วยกันยกสองคน

จำมุ้งเก่าๆที่เคยนอนได้ดี บางคืนนอนกับแม่ บางคืนเข้าไปนอนมุ้งยาย
ยายมักจะเรียกให้เข้าไปนอนด้วยเสมอๆ

เมื่อก่อนยังไม่มีห้องน้ำ ต้องอาบน้ำกันนอกบ้าน
มักจะอาบกันตอนกลางคืน เพราะต้องนุ่งผ้ากระโจมอก คนจะได้มองไม่เห็น
และก็หนาวจับใจทีเดียว

อิชั้นชอบเวลาหน้าฝน อยุ่บ้านยาย แล้วเย้ยสบาย บอกไม่ถูก
ฝนตกแต่ละครั้ง เราจะออกมาเล่นน้ำฝนกัน
ช่วยกันรองน้ำฝนใส่ในตุ่มด้วย

แต่ตอนนี้บ้านไม้หลังนั้นโดนรื้อและสร้างด้วยปูน มา 4-5 ปีแล้วมั๊ง

 

10

 


ยายจะเป็นห่วงเป็นใยลูกหลานเสมอ นึกถึงคนอื่นก่อนเสมอ
นี่แหละมั๊ง นิสัย และน้ำใจเอื้อเฟื้อของคนบ้านนอก

ยายของอิชั้นใจดีมาก ไม่ค่อยดุด่า ว่าใครหรอก
โดยเฉพาะอิชั้นกับจอย เพราะนานๆ เราไปเยี่ยมกันที
มีแต่เราแหละ ชอบแกล้งยั่วให้ยายโกรธ

ยังจำภาพยายแบกถาด หาบน้ำได้ หนักจะตาย
ทูนหัว หรือแบกกันได้ยังงัย ป้ากับแม่ก็ทำได้ด้วย
จึงไม่แปลก ที่ตอนนี้แม่ของอิชั้น 50 กว่าเข้าไปแล้ว
แต่ยกของ แบกโน่นนี่ ได้มากกว่าสาวๆอย่างเราๆซะอีก

เวลายายกับป้าไปทำนา
บ่ายๆเกือบเย็น อิชั้นกับพี่ๆ จะตามกันไปที่นา
ผู้ใหญ่ก็เกี่ยวข้าวกันไป เราเด็กๆ ก็เล่นกันไป
กลิ้งเกลือกอยุ่กับกองรวงข้าวนั่นแหละ
ยายเคยเอาลำกล้องของข้าว มาตัดแล้วเป่า ทำให้เกิดเสียงได้ด้วย

ยายทำงานหลายอย่าง ทำทุกวันไม่มีหยุด
จนกระทั้งหมดแรง น่าจะเมื่อ 3-4 ปีก่อนนี่เอง
ตอนที่อิชั้นพาจิมกับไมกี้กลับไปเยี่ยมยาย เมื่อ 2 ปีก่อน
ตอนนั้นยายเริ่มเดินไม่ไหวแล้ว ต้องใช้ไม้เท้าช้วย แต่ก็เดินได้ไม่ไกล
แค่จากบันไดปูน(ต้องใช้ก้นไถลงมา) จนเดินมานั่งรับลมที่แคร่ แค่นี้ก็เก่งแล้ว
ยายไม่ค่อยให้ใครช่วยหรอก เพราะถ้ายายยังมีแรง ยายก็จะเดิน จะทำอะไรเองเสมอ

หลังจากนั้น ก็ได้ข่าวว่ายายเดินไม่ได้แล้ว นอกจาก นั่งๆนอนๆ
จนเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ยายก็ลุกนั่งไม่ได้แล้ว
ตอนนี้นอนอย่างเดียว คนที่บ้านก็ช่วยกันพลิกตัว กลับข้าง ให้ยายได้เปลี่ยนอิริยาบทอยุ่ตลอด

ที่เคยเล่าว่ามีหมอดูมาจับเส้น เมื่อสัปดาห์ก่อน
แล้วบอกว่าให้เฝ้าดูวันพุธ กับวันเสาร์ จะถึงเวลาของยาย
สัปดาห์นั้นก็ผ่านไป ด้วยความโล่งใจของทุกคน

อิชั้นเพิ่งโทรหาแม่ เมื่อเช้าวัน พฤ.นี้ เวลาเมืองไทย
ก็บอกว่าเมื่อวาน(วันพุธ)หมอคนเดิม ก็มาจะเส้น จับฝ่าเท้ายาย
และบอกให้เฝ้าดูไว้ วันพุธ เสาร์ และจันทร์
วันพุธก็ผ่านไปแล้ว ...
เค้ามาดูเมื่อสัปดาห์ ก็เล่นเอาลูกหลานขวัญเสีย
แต่ยายก้ยังแข็งแรง และสดใสขึ้นมา ได้อีกตั้งอาทิตย์นึงแล้ว

 

10

 

แม่บอกว่าวันนี้ยายกินข้าวได้ เห็นว่า ป้อนข้าวต้มให้
แต่ยายของข้าวสวย ก็กินได้ ถึงจะกินน้อย แต่ก็ไม่มีปัญหาเรื่องการกิน
กินส้มได้ เป็นลูก กินแบรนด์ กินอาหารเสริมได้
เวลาอยากจะเปลี่ยนท่านอน ก็บอกได้
พูดได้แค่คำๆ แต่ไม่เยอะ ไม่ยาว

เมื่อวันก่อน อิชั้นบอกแม่กับลุงว่า
ให้โทรตามน้าชาย ที่ปัตตานีเถอะ(ซึ่งน้าเพิ่งมาเยี่ยมเมื่อสองอาทิตย์ที่แล้ว)
เผื่อยายอาจจะรอให้ลูกๆมาครบก็ได้
ถ้ามาครบแล้วยายอาจจะสบายใจ
และถ้ายายจะ"ไป" ก็จะได้ไปอย่างสงบ สบาย
ไม่ต้องทรามานกับการรอคอยลูกๆ เราจะได้ไม่บาปด้วย

แม่กับลุงก็บอกว่า ยายไม่ทรมานหรอก ยายยังสดใสอยู่
อีกอย่างไม่อยากให้น้าชายมาบ่อยๆ เพราะเสี่ยงกับเหตุการณ์ 3 จังหวัดภาคใต้
แต่บอกกันไว้แล้วว่า ถ้ายายอาการหนักมากๆ ก็ให้โทรตามเลย

เมื่อวันแรกๆที่รับรู้เรื่องยาย อิชั้นแค่คิด น้ำตาก็ไหลแล้ว
คุยโทรศัพท์ กับลุงกับป้า วางปุ๊บ ก็ร้องไห้ทุกที ปวดหัวปวดตาไปหมด
นึกภาพอะไรได้ สะกิดนิดเดียวก็ร้องแล้ว

แต่คิดในทางที่ดี
นับว่าเป็นบุญของยายมากๆ ที่ไม่ได้เจ็บปวดหรือเป็นโรคใดๆให้ต้องทรมาน
เราก็ต้องดีใจกับยายด้วย เมื่อถึงเวลานั้นแล้ว ยายก็จะได้หลับสบายเสียที

 

10

 

ไม่ว่าวันนั้นจะมาถึงเมื่อไหร่
แต่คำนึงที่โอ๋ไม่เคยบอก และคงไม่มีโอกาสได้บอกอีกแล้ว

 

 

โอ๋รักยายจ๊ะ

 

 

 

 

 
 
 
 
 
 

  
 
 
 
 
น้องโอ๋ พี่อ่านเรื่องคุณยายน้องโอ๋แล้วนึกถึงคุณยายพี่เลยล่ะค่ะ

ขอให้คุณยายอยู่กับลูกๆหลานๆไปอีกหลายๆปีนะคะ
10  10  10  
Thu 31 Jan 2008 22:06 [4]

มาเขียนไดให้ชั้นร้องไห้อีกละ ยังไม่อ่านตอนนี้ ไว้ค่อยมาอ่าน

รู้แต่ว่า รักยายเนอะ ^^
10  10  10  
Thu 31 Jan 2008 21:37 [3]

คิดถึงคุณยายเหมือนกันค่ะ

พี่เองก็เติบโตกับบ้านคุณยายนะคะ ปิดเทอมทีไร ไปบ้านคุณยายทุกที ช๊อบ ชอบ

อย่างอื่นพี่ไม่คอมเม้นท์ดีกว่า เพราะว่า ทุกคนต้องเผชิญไม่ช้าก็เร็วนะคะ
10  10  10  
Thu 31 Jan 2008 19:12 [2]


^^

อ่านแล้วสะท้อนภาพได้ดีคะน้องโอ๋

ขอให้ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี ตามครรลองธรรมชาติคะ
Moo Family 10  10  10  
Thu 31 Jan 2008 13:06 [1]

 

Posted on Mon 11 Feb 2008 22:55
 

Comments

น้องโอ๋...
เลยยังไม่ได้คุยกันเลย..ขอบคุณมากนะคะคอยถมข่าวพี่ตลอดเลย..
หัวอกแม่ลูกอ่อนเหมือนกันละทีนี้...กิกิ

ฝากคิดถึงจอยด้วยคะ^^
diary of nhoi   
Fri 1 Feb 2008 6:45 [3]

อ่านเรื่องคุณยายแล้วซึ้งล่ะค่ะ...

เป็นอีกคนที่ผูกพันกับยายมาก แต่ไม่ค่อยได้ใช้เวลากับท่านมากเท่าไหร่ แต่ทุกครั้งที่ไปหายาย หรือ คุยกับยาย จะบอกยายเสมอว่า รักยายมากก

เผื่อวันใดวันนึงมาถึง เราจะได้ไม่เสียใจว่าเราไม่เคยได้บอกท่านไงคะ

ขอให้คุณยายแข็งแรง อยู่เป็นขวัญและกำลังใจของลูก ๆ หลาน ๆ เหลน ๆ ต่อไปนาน ๆ นะคะ
diary of memaviemeo   
Fri 1 Feb 2008 5:07 [2]

เรื่องราวน่ารักดีคับ อ่านแล้วนึกถึงคุณยายเลย
Little l2abbit diary of tumnoy   
Thu 31 Jan 2008 22:34 [1]

 
 
Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกตัวเลขก่อนส่ง