34.วันพ่อ
เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาเป็นวันพ่อแห่งชาติ ของอเมริกา
เราก็กลับไปบ้านปู่ย่ากันบ่ายวันเสาร์

พอวันอาทิตย์ ปาร์ตี้จะเริ่มตอนบ่ายโมง
พอครอบครัวน้องชายจิมมาถึง เราให้เด็กๆออกไปเล่นข้างนอกกันก่อน
ไปๆมาๆเด็กๆเลยเล่นน้ำในสระลมกัน
แต่แปลก คราวนี้ไมกี้ไม่ยอมลงเล่นน้ำกับสองสาว
ทำยังงัยก็ไม่ยอมลงเล่น คือเดินหนีเลย และทำท่าทางแบบไม่มีความสุขด้วย
ท่าทางงอนๆ เดินไปเดินมาอยู่ที่ patio

ก็สงสัยว่าลูกชายเป็นอะไร เลยคิดได้สองอย่างคือ
น้ำเย็น ลูกเลยไม่อยากเล่น
กับ
เค้ากลัวเสียงสองสาวนั้น เลยไม่อยากเข้าใกล้
เพราะสองสาวนี่ ไม่เคยพูดเสียงเบาเลย ตะโกนคุยกันตลอด
ไม่ว่าจะในบ้าน หรือนอกบ้าน อยู่ใกล้หรืออยุ่ไกลกัน
ต้องตะคอกใส่กันตลอด ทั้งระกว่าพี่สาวน้องสาวกันเอง
หรือกับพ่อกับแม่ และใส่อารมณ์กันด้วย
เวลาอยากเรียกให้ใครซักคน ดูสิ่งที่ตัวเองกำลังทำ ก็จะตะโกนเรียก
และยิ่งเวลาไม่พอใจ ก็จะใส่อารมณ์พูดสุดๆเลย

ด้วยความที่พ่อแม่ของสองสาวนี่ ไม่เคยปล่อยให้ลูกได้ทำอะไรเองเลย
คือเค้าประคบประหงมลูก ปกป้องลูกมากๆ
อิชั้นก็เข้าใจนะคะ เรื่องปกป้องลูก ใครๆก็ไม่อยากให้ลูกเจ็บ
แต่บางอย่างต้องปล่อยให้ลูกได้ทำเอง ได้เรียนรู้เองบ้าง
อย่างเช่นการขึ้นลงบันได
เค้าเพิ่งจะปล่อยให้ลูกได้ขึ้นลงบันไดชั้นสอง(ที่บ้านย่า)ได้เมื่อไม่นานนี่เอง
แต่ไม่เคยปล่อยให้ลูกขึ้นเองตามลำพังเลย
(ที่บ้านเค้า เป็นบ้านชั้นเดียว ไม่มีบันได)
แต่พอสองสาวเห็นไมกี้ขึ้นลงบันได พวกเค้าก้จะตะโกนห้ามไมกี้ว่าอย่าขึ้นๆๆๆๆ
แต่อิชั้นก็ปล่อยไมกี้ เพราะเค้าคุ้นเคยของเค้าอยุ่แล้ว
และอีกหลายๆเรื่องที่พ่อแม่สองสาวไม่เคยให้ลูกได้หยิบ ได้จับ ได้ทำเองมาก่อน
พอพวกเค้าเห็นไมกี้กำลังจะทำ กำลังจะเล่น พวกเค้าจะตะโกนแข่งกัน
เพื่อห้ามไมกี้กันลั่นบ้านเลย

ตกลงก็เลยไม่รุ้เลยว่าทำไมลูกชายไม่ยอมเล่นน้ำในสระ
แต่เค้าเล่นน้ำที่ต่อจากสายยาง และมีเหมือนเส้นมักกะโรนี น้ำก็เต้นไปเต้นมา
สนุกเค้าหล่ะ
พอหลังอาหาร เด็กๆก็เล่นน้ำกันอีก คราวนี้อิชั้นเลยลองอุ้มเค้าจุ่มลงในน้ำ
เค้าก็เล่นนะ เล่นกันจนเลิกนั่นแหละ น้ำก็เย็นมากกกกกกกกกกก
บางครั้งก็แอบกลัวนะ
กลัวว่าลูกชายเห็นพฤติกรรมแบบนี้ของสองสาวบ่อยๆ แล้วเค้าจะเอาอย่างบ้าง
ถึงแม้จะไม่ได้เจอกันบ่อยๆ กลัวเค้าจะจำได้ แล้วเอามาเลียนแบบทำกับพ่อกับแม่หน่ะซิ
ถึงเค้าจะดื้อบ่อยๆ ทำเอาแม่ประสาทเสีย และของขึ้นอยู่บ่อยๆ
แต่เค้าเป็นเด็กเงียบๆอยู่แล้ว และก็ยังน่ารักอยู่ ยังไม่เคยแสดงอาการวีนๆ ร้ายๆ เหมือนสองสาวนั้น(น๊อคๆๆๆ)
เวลาเค้าเล่นในสิ่งที่แม่ห้าม แต่เหมือนเค้าอยากลองของ พอพลาดขึ้นมา เค้ารุ้ว่าแม่โกรธ เค้าก็จะ มัมมี้ ขอโทษๆๆ
พอแม่บอกว่าคราวหลัง อย่าเล่นอีก เค้าก็จะโอเคๆ (แต่พอได้โอกาสก็เล่นอีกอยุ่ดี)
แต่บางครั้งถ้าเป็นสิ่งที่ไม่เสียหาย หรือสำคัญมากนัก ก็จะไม่ค่อยเกิดอารมณ์เท่าไหร่ ก็จะบอกเค้าว่า ไม่เป็นไรลูกๆ

แต่พอเวลางอแงมากๆ (ส่วนใหญ่จะเป็นในบ้าน หรือไม่ก็ในรถ)อยากได้อะไร แล้วต้องได้
อย่างใกล้เวลาจะกินมื้อเย็นแล้ว แต่เค้าอยากกินคุ้กกี้
แม่บอกว่าจะให้กินหลังกินข้าวนะ เค้าไม่ยอม ก็จะร้องและดิ้นๆๆๆอยู่ที่พื้น
แม่ก็จะยื่นคำขาดว่า ถ้ายังไม่หยุดร้อง ก็ไม่ต้องกินเลย แม้แต่หลังอาหาร
ถ้ายังไม่หยุดอีก ก็จะถามว่า จะหยุดร้อง หรือจะให้แม่เอาขนมทิ้งลงถัง
เค้าก็จะไม่ให้แม่ทิ้ง แม่บอกว่า งั้นก็เงียบ เค้าก็เงียบไปหน่อยนึง แล้วเริ่มร้องใหม่
แม่ก็ทำท่าจะเอาขนมทิ้งจริงๆ อยู่หลายรอบ
จนทำกับข้าวเสร็จนั่นแหละ พอเอาจานข้าวให้เค้า เค้าก็กินแต่โดยดี ลืมขนมไปเลย
คาดว่าเค้าคงหิว พอเค้ากินเสร็จ ก็ให้รางวัลด้วยการกินขนมที่เค้าอยากกินนั่นแหละ
เฮ้ออออ เหนื่อยนะเนี๊ยะ
เหนื่อยเวลาต้องเก็กหน้า วางท่าทางให้เหมือนเอาจริงเอาจังกับลูก
เหนื่อยที่ต้องมาระงับอารมณ์โกรธ ให้ไม่โกรธ(บ่อยนัก)ต่อหน้าลูก
เหนื่อยที่ต้องคอยพูดคอยย้ำ ปากเปียกปากแฉะ แต่ลูกก้ไม่เคยทำตาม ดื้อ และอยากลองของ ว่างั้น
กรรม มันตามทันกันในชาตินี้เลย เห็นๆ

และนี่ก็เป็นการ์ดวันพ่อ ที่อิชั้นทำให้จิม แต่ลงชื่อของลูกๆ

จิมชอบมาก เพราะรูปเหล่านี้จิมไม่เคยได้เห้นมาก่อน
เพราะอิชั้นเป็นคนถ่ายและเก็บไว้ในคอมพ์ของอิชั้น
เค้าเลยเซอร์ไพรส์มากๆ

รูปดอกไม้จากหน้าที่แล้ว ที่เอามาให้ดูกัน
เป็นรูปจากสวนของคุณย่าไมกี้
ถ่ายไว้เมื่อตอนสิ้นเดือนพฤษภาคม
พอ 10 วันให้หลัง กลับไปอีกรอบนึง คราวนี้ไม่เหลือหลักฐานคาต้นเลยซักดอกเดียว
ย่าบอกว่า เมื่ออาทิตย์ก่อน ดอกกุหลาบก็สวยมาก แต่อาทิตย์นี้ไม่สวยเอาซะเลย
แต่อีกไม่นาน ลิลลี่ก็จะออกดอกแล้ว เค้าเองก็รออยู่เหมือนกัน

Posted on Thu 19 Jun 2008 9:33 |
|