37.Hello Summer
วันนี้ที่อเมริกา เข้าหน้าร้อนแล้ว
แต่แถวบ้านวันนี้ดวงอาทิตย์ยังทำหน้าที่ไม่เต็มที่สมกับหน้าร้อนเลย(ดีจัง)
เพราะสองวันที่ผ่านมา ฝนตก วันนี้ก็เลยยังอึมครึมอยู่

เมื่อคืนคุณสามีบอกว่า เคนตักกี้ เป็นรัฐที่ใช้พลังงานไฟฟ้าเปลืองที่สุดกว่าทุกรัฐ
เพราะหน้าหนาวก็หนาวจัด คนก็ต้องใช้ฮีทเตอร์
พอหน้าร้อน ก็ร้อนจัด จนต้องเปิดแอร์
ในหนึ่งปี แทบจะไม่ค่อยมีช่วงไหนที่พอจะใช้แอร์ธรรมชาติได้เลย
อย่างรัฐที่อยู่เหนือๆ หน่อย ถึงหน้าหนาวจะหนาวจัด
แต่พอหน้าร้อน ก็อุ่นกำลังสบาย
หรือรัฐที่อยู่ทางใต้ หน้าร้อน จะร้อนจัด แต่พอหน้าหนาวก็กำลังเย็นสบาย
ที่คุณสามีเล่ามา จะจริงรึเปล่าอิชั้นก็ไม่ค่อยทราบนะคะ
แต่ก็ต้องเชื่อเค้าแหละ ก็เค้าเกิดและโตที่นี่ นี่นา
และอีกอย่างนึงคือ ที่นี่คือศูนย์รวมของภูมิแพ้ทางอากาศทุกๆชนิดเลย
อย่างเมื่อช่วงใบไม้ผลิที่ผ่านมา พอย้ายมาบ้านใหม่นี้
ก็เพิ่งได้สังเกตตามโต๊ะที่ระเบียงหลังบ้าน หรือกระจกรถ
เห็นละอองเกสรเหลืองโพนไปหมด
คุณสามีบอกว่า นี่แหล่ะ สาเหตุที่ทำให้อิชั้นจาม และน้ำมูกไหลตลอดเวลา

วันนี้มีเรื่องของลูกชายอีกแล้วค่ะ
วันนี้เค้ากางเต้นท์รถไฟโทมัส แล้วซักพักอิชั้นก็เห็นเค้าเอาตุ๊กตาของน้องไปถอดชุดออก
ก็ไม่ได้ว่าอะไร ก็บอกให้เค้าเอาใส่กลับไปใหม่ อย่าให้ตุ๊กตาโป๊นะ
อิชั้นก็ไปทำกับข้าวต่อ
ซักพักก็ได้ยินเสียงยัยคนน้อง ร้องเป็นระยะๆ ก็รู้หล่ะว่าต้องโดนพี่ชายแกล้งแน่
พอชักร้องบ่อยขึ้นก็เลยเดินมาดูว่า เค้าแกล้งอะไรน้อง
ตัวพี่หน่ะอยู่ในเต้นท์ น้องอยุ่ข้างนอก
พอเดินมา อิชั้นก็เห็นห่อกระดาษเช้ดก้นห่อใหม่ของแมรี่ถูกแกะออก
(ห่อที่กำลังใช้อยู่ อยู่ในกล่องพลาสติก ยังไม่หมด)
ก็กำลังจะโวยลูกชายว่าแกะห่อใหม่ทำไมเนี๊ยะ(ทั้งๆที่แกะยากนะนั่น)
อิชั้นก็ยกเต้นท์ขึ้น สิ่งที่เห็นก็คือ เจ้าลุกชายกำลังจะใส่ไดเปอร์ให้ตุ๊กตา
แต่เค้าใส่ไม่เป็นงัยค่ะ แต่กระดาษเช็ดก้นี้เกลื่อนเลย
ฮ่าๆๆๆ ท่าทางจะเช้ดก้นตุ๊กตาไปเรียบร้อยแล้ว กำลงัจะใส่ไดเปอร์
เลยเรียกให้พ่อเค้ามาดูว่าลูกชายกำลังทำอะไร
แล้วอิชั้นก็บอกให้เค้ามาทำต่อ เค้าไม่ยอมมาทำ เพราะคงทำไม่เป็น
เลยบอกเค้าว่าเดี๋ยวแม่ช่วย ก็ใส่ไดเปอรืให้ตุ๊กตาให้เค้าดู
แล้วพ่อก็ใส่เสื้อกลับไปให้ตุ๊กตา
เป็นอันว่า ตอนนี้ตุ๊กตาของแมรี่ก็ใส่ไดเปอร์แล้ว ฮ่าๆๆๆ
สงสัยเค้าคงเห็นแม่เปลี่ยนให้น้องบ่อยๆ เลยคิดว่าง่าย เลยอยากลองทำดูเองบ้าง

ในใจอิชั้นนี่ ไม่ได้คิดหรอกว่าลูกชายจะเบี่ยงเบนไปเล่นของเล่นของผู้หญิงหน่ะ
เพราะก่อนหน้านี้เค้ายังลงไปเล่นรถถังอยุ่ในการาจกับพ่อเค้าเลย
อีกอย่างไมกี้เป็นเด็กช่างสังเกต เห็นพ่อแม่ทำอะไร ใช้อุปกรณ์แบบไหน แค่ครั้งเดียว
พอเค้าเจออุปกรณ์นั้นๆอีก เค้าก็พยายามทำของเค้าเองได้ แต่ของบางอย่างอันตรายกับเด็ก แต่ไมกี้กลัวซะที่ไหน เลยต้องมีการดุ การแย่งคืนกันบ้าง
เพราะขอดีๆ ไม่ยอมให้คืนหรอก ต้องแลกมาด้วยกำลัง(ของแม่) และน้ำตา(ของลูก)

เรื่องความคิดสร้างสรรค์ของเค้าก็มีล้นเชียว
เจอเชือกที่ไหนไม่ได้ ต้องเอามาพันๆๆๆๆ แล้วโยงไปหาอีกสิ่งนึง
แต่ก่อนเค้าพันๆๆๆ จริงๆนะคะ ยังผูกไม่เป็น
แต่อิชั้นก็สอนให้เค้าผูกแบบง่ายๆ แค่ทบเดียว(กลัวว่าสองทบ จะยากไป สังเกตไม่ทัน)
พอหลังจากนั้น เค้าก็ผูกเองได้
อิชั้นสังเกตว่าลูกชายเค้ามีความคิดสร้างสรรค์กับของเล่นของเค้านะ
ไม่ว่าจะเจอของอะไรก็แล้วแต่ เค้าก็เอามาเล่นๆๆ ต่อๆๆ โยงๆๆ ด้วยกันได้
คืนนึงก่อนจะขึ้นนอนกัน ก็ถามคุณสามี เค้าชอบวิชาเลขมั๊ย เค้าบอกว่าไม่ค่อยชอบหรอก
อิชั้นว่าลูกชาย น่าเก่งอะไรที่เกี่ยวเลข คิดๆ และคำนวนนะ พ่อเค้าว่าน่าจะเป็นวิศวะ นะ
พ่อเค้าเล่าว่า อาจจะเหมือนปุ่ก็ได้ ปู่ก็เก่งเลข เคยท๊อปของชั้นเรียนมาแล้ว ตอนนี้เป็นสถาปนิค

อิชั้นก็บอกว่า อิชั้นก็ชอบเลข อิชั้นว่าเวลาคิดเลขแล้วมีความสุขดี สนุกตรงที่ได้หาคำตอบ
สนุกตรงขั้นตอนการคิด ยิ่งหาคำตอบ หาตัวเลขที่ถูกต้องได้หล่ะก็ สนุกใหญ่
แต่ถึงจะคิด แล้วผลออกมาว่าผิด ก็ไม่ได้ทำให้อิชั้นท้อ กลับสนุกที่ต้องได้กลับไปคิดทบทวนในขั้นตอนนั้นๆใหม่ ว่ามันเริ่มผิดจากตรงไหน ผิดเพราะอะไร
เคยสอบตกวิชาเลขเสริม ตอน ม.3 ตอนรู้ผลว่าสอบตกก็เสียใจอยุ่หรอก จนต้องมาเรียนพิเศษเสริม มีพี่ม.4 มาสอน เออ เว้ย มันก็ไม่เห็นยากนี่นา
ตั้งแต่เรียนมา ไม่เคยท๊อปหรอก แต่คะแนนก็ไม่ได้น่าเกลียดอะไร แต่วิชาที่เกี่ยวกับการท่องจำซิ อิชั้นไม่เอาเลย วิชาชีวะ นี่ไม่ได้เรื่องเลย วิชาเคมี หน่ะพอไหว แต่ฟิสิกส์ ถ้าตอนนั้นไม่ฝังใจกับที่รุ่นพี่ฝังหัวว่า "โอ๊ย ฟิสิกส์ หน่ะ ยากกกกก ใครๆก็ตกกัน" ก็คงตั้งใจเรียนไปแล้ว ก็มัวแต่คิดว่ายากๆๆ ยังงัยเค้าก็ตกกัน ก็เลย ตกกันยกห้องจริงๆ
สอบตกฟิสิกส์ยกห้อง พอๆหับที่สอบอังกฤษตกยกห้องเหมือนกัน ฮ่าๆๆๆ
แต่อย่างนึงที่ขอเถียงว่าคนที่ชอบศิลปะ จะไม่ชอบเลข สำหรับอิชั้นหน่ะไม่ใช่ เพราะอิชั้นชอบทั้งเลขและศิลปะค่ะ
 วันที่แดดจัด...เพราะพระอาทิตย์ขึ้นสองดวง
ตอนที่มาเรียนมหาวิยาลัย คณะศึกษา-เกษตร ตอนนั้นก็แทบไม่รอด เพราะเกือบทุกวิชาต้องท่องจำหมด
แต่ดีใจที่เรียนคณะนี้ เพราะถึงแม้จะไม่ได้เรียนแต่ละวิชาลึกซึ้งเหมือนคณะเกษตร เค้าเรียนกัน เราเรียนแค่วิชาพื้นฐาน(พร้อมกับเด็กเกษตร ตอนปี2)
ทำให้รุ้ว่า คณะเกษตร ไม่ใช่เรียนเพื่อต้องไปเป็นเกษตรกร(อย่างที่เข้าใจตอนก่อนมาเรียน)อย่างเดียว
พอได้มาเรียน ทำให้เรารู้จัก โรคพืช,แมลง,พืชไร่, พืชสวน, สัตวบาล soil(เกี่ยวกับดิน)แต่ละอย่าง ต้องจำศัพท์เป็นภาษาอังกฤษหมด และไม่ใช่ง่ายๆ
เรียนและก็ภูมิใจหล่ะ ว่า นี่ถ้าเราไม่ได้เลือกเรียนคณะนี้ เราก็ไม่มีวันได้รู้เลยอะไรแบบนี้เลย
ถึงแม้จะเรียนได้ไม่ดีเท่าไหร่ เพราะเรื่องท่องจำนี่แหละ แหม เกือบไม่รอด 4 ปีซะแล้ว
บ่นมาเยอะ ว่าจะเล่าเรื่องลูกสาวด้วย แต่ท่าทางจะยาว ไว้มาต่อคราวหน้านะคะ

ปล.1 ส่วนลูกชายจะเรียนจะเป็นอะไร ก็ต้องคอยสนับสนุนเค้าต่อไป
ปล.2 ตอนนี้ 3 ทุ่ม 20 นาทีแล้ว ฟ้ายังมืดไม่สนิทเลยค่ะ วันนี้เป็นวันที่ช่วงกลางวันยาวที่สุดในรอบปี
Posted on Sun 22 Jun 2008 8:43 |
|