41.อาทิตย์:จันทร์:อังคาร:พุธ
วันอาทิตย์
ที่บ่นๆว่าอากาศกำลังดี และขี้เกียจยังงัยไม่รู้
แต่พอบ่ายๆ ก็เป็นต้องได้ออกจากบ้านกันจริงๆ อากาศดีอย่างนี้ ใครจะทนอยู่อุดอู้อยู่ในบ้านไหว
เราเลยไปพาร์คกัน อากาศดีมากๆ แดดอ่อนๆ ครึ้มฟ้าครึ้มฝน ลมแรง เย็นสบายมากๆ
เราปูเสื้อนั่งเล่นใต้ต้นไม้กัน ลูกชายกับพ่อก็เดินไปดูลำธารกันก่อน ปล่อยให้สองแม่ลูกถ่ายรูปเล่นกันไปพลางๆ
สนุกแม่หล่ะซิ แต่ลูกสาวแอบเซ็ง ฮ่าๆๆๆ
พอเค้ากลับกันมา ลูกชายก็ไปเล่นที่สนามเด็กเล่น พ่อตามไปดูห่างๆ เราแม่ลูก เลยไปนั่งชิงช้าเล่น แต่ซักพักแม่ก็เริ่มเมาชิงช้า (สาเหตุไม่ได้มาจากการแก่ตัวลง ใช่มั๊ยค่ะ)เลยเดินไปนั่งกับพ่อ
ซักพักใหญ่ห็กลับบ้านกัน
วันจันทร์
วันนี้ยังคงครึ้มฟ้าครึ้มฝนอยู่เลย แต่ไม่มีฝนแล้ว
ช่วงเช้า พาไมกี้เข้าคลาสสตอรี่ไทม์ วันนี้ เล่าเรื่องวงจรชีวิตผีเสื้อ
แหม ถูกอกถูกใจลูกชายค่ะ แต่ไม่ค่อยกล้าเข้าไปล้อมวงกับเพื่อนๆ เลยสนใจกรงหนอนผีเสื้อที่เค้าวางไว้บนโต๊ะ จะให้เด็กๆอยู่ใกล้ๆหลังเล่าเรื่องจบแล้ว
พอได้เวลา ไมกี้ก็เข้าไปล้อมโต๊ะ ดูกับเค้าด้วย พอช่วงอาร์ตเวิร์ค ก็เลยไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ แม่ต้องคอยเรียกให้มาทำอยุ่เรื่อยๆ
งานนี้แม่ช่วย 80% ลูกทำเอง 20% คือถือไม้หนีบ กับแปะจุดตรงปีกผีเสื้อที่แม่ทากาวไว้ให้ ฮ่าๆๆ
พอทำเสร็จ เด็กๆคนอื่นกลับออกกันไปเกือบหมดแล้ว ลูกชายอิชั้นยังคงวนเวียนอยู่ตรงกรงหนอนผีเสื้อ ตอนนี้กำลังห่อตัวจะกลายเป็นผีเสื้ออีกไม่นาน
ฟัน2ซี่บน ขึ้นมาตำแหน่งแปลกๆนะคะ ว่ามั๊ย
พอจะกลับ ลูกชายบอกว่า "ไม่กลับ จะรอดูผีเสื้อๆ" แม่บอกว่า "ตอนนี้ยังเป็นหนอนอยู่ ยังไม่เป็นผีเสื้อ รออาทิตย์หน้า เรามาดูกันใหม่ ตอนเป็นผีเสื้อแล้วนะ"
ลุกชายก็ไม่ยอม บอก ยังงัยก็จะดูผีเสื้อ ทำยังงัยก็ไม่ยอมกลับออกมา คนเล่าเรื่อง เลยมาช่วยบอก ว่าตอนนี้ หนอนกำลังหลับอยู่ ไว้อาทิตย์หน้ามาดูใหม่นะๆๆ
คุณลูกชายก็ไม่ยอมท่าเดียว ร้องไห้ใหญ่เลย แต่ยังงัยก็ต้องพากลับ เพราะพอออกจากห้องกิจกรรม เค้าก็ร้องเสียงดังมาก แบบไม่เคยเป็นมาก่อน เวลาอยู่นอกบ้าน น่าสงสารเชียว คงผิดหวังมากๆที่ไม่ได้เห็นผีเสื้อ สิ่งที่เค้าชอบ
เค้ายังไม่เข้าใจว่ามันต้องใช้เวลา ในการฟักตัว
ชอบมาเล่นใต้โต๊ะคอมพ์ของแม่จริงจริ๊งเล้ยยยยยยย
วันอังคาร
วันนี้แดดออกมาแล้ว ไม่มีเมฆครึ้มๆต่อไปแล้ว
พาแมรี่เข้าคลาสที่ห้องสมุดด้วยเหมือนกัน ได้ร้องเพลง ได้เต้น ได้คลานบ้างเล็กน้อย พองาม
กลับบ้านมาพักผ่อน หนีร้อน และให้ลูกสาวได้หลับกลางวัน พอตอนเย็น คุณพ่อคุณแม่สามี (เข้าเมืองมาเมื่อบ่ายๆ)ก็ชวนกันออกไปกินมื้อเย้น กับบ้านของน้องชายจิม
กว่าจะได้รูปนี้มา ถ้าเป็นกล้องฟิล์ม คงเสียฟิล์มไปเป็นม้วน ไม่ยอมให้ถ่ายง่ายๆเลยลูกชายอิชั้น
หลังจากนั้นก็ไปนั่งเล่นกันที่หลังบ้านของน้องชายจิมซักพัก ให้เด็กๆได้เล่นกัน
มีอยู่ช่วงนึงที่เด็กๆเล่นตีลูกเบสบอลกัน โดยให้ลุงจิมเป็นคนโยนบอลให้ ส่วนไมกี้ก็เล่นๆหยุด ไม่ค่อยได้กับเค้าหรอก โน้น ไปปีนป่ายอะไรไปทั่ว
ช่วงที่สองสาวเล่นตีบอลจากลุงจิม ตีถูกบ้างไม่ถูกบ้าง แต่มีลูกที่น้องสาวตีโดนลูก แรงและไกล เราก็ปรบมือเชียร์กัน คนโตก็เริ่มออกอาการมึนๆนิดหน่อย(แต่ช่วงนั้นก็มีอาการงอนๆอยู่หลายรอบ เหมือนไม่อยากให้น้องสาวเล่นด้วย)
พออีกครั้ง น้องสาวตีได้อีก ผู้ใหญ่ก็ตบมือให้เชียร์กันเสียงดังอีก คาวนี้พี่สาว เอาไม้แบทมากระทุ้งน้องเลย แบบแสดงอาการอิจฉา และไม่พอใจสุดๆเลย แต่พอตัวเองตีได้บ้าง ก็ยืดหล่ะทีนี้
แต่พ่อแม่เค้าก็ไม่ได้บอกลูกคนโตนะว่าอย่าแสดงอาการ(อิจฉา)แบบนั้นกับน้อง เค้า
บอกแค่ว่าให้เล่นแบบสุภาพ เบาๆกับน้อง แต่เค้าไม่ได้สอนว่าอย่าแสดงอากรแบบนั้น ต้องยอมรับความจริงว่าคนไหนตีถูกลูกก็มีคนชม คนปรบมือ เวลาหนูตีถูกลูก ก็มีคนชมเหมือนกัน แต่เค้าไม่ได้สอนหรือพูดแบบนั้นเลย
แต่ลูกสาวคนเล็ก ก็ไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย ว่าพี่สาวอิจฉา และแสดงอาการ มีน ใส่ เค้ารู้แค่ว่า ทำไมพี่สาวต้องตี หรือทำอะไรเจ็บๆกับเค้าด้วย เค้าเป็นเด็กที่หาความสุขใส่ตัวได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะสรรหาเรื่องอะไรมาคุย(แทบไม่เคยหยุดปาก) หาเรื่อน่ารักๆมาทำให้คนอื่นเค้าขำกัน นิสัยก็ออกจะแมนๆ หน่อย ไม่ค่อยได้เห็นอาการมีนใส่พี่สาวหรอก นอกจากโดนพี่สาวแกล้งเจ็บๆจริงๆ ถึงจะร้องไห้อาละวาดบ้าง และเป็นเด็กฉลาดนะ คือหาเรื่องที่จะเรียนรู้ตลอด (แต่โดนพ่อแม่ห้ามโน้น นั่น นี่ ตลอดเหมือนกัน)
คุยกับจิมว่า โตขึ้นท่าทางคนเล็กต้องแย่แน่ๆเลย ถ้าเกิดว่าเกิดเรียนเก่งกว่าพี่สาวขึ้นมา ,เล่นกีฬาเก่งกว่า ,มีเพื่อนรักมากมาย(เพราะพูดเก่ง เข้าหาคนเก่ง) หรือถ้าเกิดมีแฟนหล่อกว่าขึ้นมา พี่สาวไม่อิจฉาแล้วแกล้งสาระพัด(เหมือนในละครน้ำเน่าของไทย)เหรอ แค่คิดก็กลัวแทนแล้ว และไม่รู้ว่านิสัยขี้อิจฉาแบบนี้จะหายไปรึเปล่า เมื่อโตขึ้น เฮ้อ
วันพุธ
ช่วงเช้ามีคลาสของแมรี่ก่อน วันนี้ก็ร้องๆเต้นๆ พาไมกี้เข้าไปด้วย ตอนแรกคิดว่าเค้าจะชอบ เพราะจะได้เต้นได้กระโดดตามเด็กเล้กๆ ตามแมรี่ ไม่เหมือนคลาสเด็กรุ่นเค้า ที่เค้าเองก็ยังอาย ไม่กล้าเข้ากลุ่มกับเพื่อนๆ แต่งานนี้ไมกี้ไม่เอาเลย ไม่เต้นไม่กระโดด ได้แต่นั่งๆยืนๆเท่านั้น
แต่พอช่วงบ่าย เป็นคลาสของไมกี้ งานนี้ทำแม่เซอร์ไพรส์มาก ดูรูปเอาเถอะค่ะ
วันนี้ เรื่องเกี่ยวกับ หิ่งห้อย เรื่องโปรดของเค้าเหมือนกันค่ะ
แรกๆเข้าไปยังมีเด็กไม่เยอะเท่าไหร่ ออกมานั่งพื้นข้างหน้า แค่ 3-4 คน แม่ก็คิดว่าสงสัยเพราะเด็กไม่เยอะ เค้าเลยกล้าเข้าไปใกล้ แต่ซักพัก มีกรุ๊ปจากรร. เด็กมาอีกเป็นสิบ ก็คิดว่าลูกชายอิชั้นจะถอย แต่ที่ไหนได้ วันนี้ไม่กลัวใครเลย
อิชั้นก็ไม่กล้าเรียกเค้าดัง จะบอกให้เค้านั่งลงจะได้ไม่บังคนอื่นๆ นานๆเข้า เลยเดินไปบอกเค้า ให้เค้านั่งลง ก็นั่งได้แป็บนึง ก็ยืนอีกแหละ เลยคิดว่าปล่อยเค้าไปก่อน ค่อยๆสอนค่อยๆบอกไปดีกว่า คงไม่มีแม่ๆคนไหนเค้าถือสาไมกี้หรอกเน๊าะ ตราบใดที่ไมกี้ไม่ได้รบกวนใคร หรือมารยาทไม่ดีใส่ลูกๆของเค้า
ยังงัยวันนี้ก็ถือว่าเป็นสัณญาณที่ดีในการเปลี่ยนแปลงของไมกี้ ก็เลยไม่อยากไปห้าม ไปดุเค้ามาก จะเสียความมั่นใจซะเปล่าๆ ไว้ค่อยสอนกันทีหลังก็ได้
พอช่วงอาร์ตเวิร์ค งานนี้ไมกี้ทำเอง 90% แม่ช่วยแค่ 10%เอง เค้าขอทากาวเอง แปะเอง ด้วยน๊า
ช่วงที่พาลูกๆเข้านอน เราก็จะร้องเพลงกัน แต่เพลงABC กับเพลงที่เค้าร้องได้แล้ว เค้าจะขอร้องเอง เวลาแม่ร้องไปด้วย เค้าจะพูดว่า"Stop!! I sing it by myself!!" ฮ่าๆๆ
พอเค้าเริ่มๆเงียบแล้ว แม่ก็จะร้องเพลงหิ่งห้อย เค้าก็จะถามว่าแม่ร้องเกี่ยวกับอะไร ก็บอกเค้าว่าร้องเพลงหิ่งห้อย แล้วก็เล่าเนื้อเพลงให้เค้าฟัง แล้วก็ร้องเพลงต่อ ซักพักเค้าก็ถามอีก ว่าร้องเกี่ยวกับอะไร แม่ก็จะเล่าให้ฟังอีกรอบ
เค้าจะถามอย่างนี้ คืนละ 2-3 รอบ แล้วซักพักก็หลับสนิท กันทั้งสองพี่น้อง
วันนี้ทำผัดไท อร่อยสุดยอดดดดดดดดดด
Posted on Thu 3 Jul 2008 10:41