|
44.your 1st Birthday
วันนี้ เวลาขณะนี้เมื่อหนึ่งปีที่แล้ว 8.00 am
แม่กับพ่อเพิ่งเดินทางไปถึงรพ. เช้าวันนั้นอากาศสดใสมากๆ แม่มีนัดกับคุณหมอให้มาเตรียมตัวก่อนคลอด เวลาประมาณ 9.30am และจะทำการคลอดตอน 10.30 am แต่เราออกจากบ้านกันตั้งแต่ยังไม่ 7 โมงเช้าเลย เนื่องจากเมื่อคืนหมอบอกให้แม่งดอาหารและน้ำตั้งแต่เที่ยงคืนไปจนกระทั้งคลอดหนู แต่แม่ก็ทานซะจนเกือบนาทีสุดท้ายของเมื่อคืน คือ 5 ทุ่มครึ่ง และเตรียมตัวเข้านอน ตอนเกือบเที่ยงคืน แต่แปลก คืนนั้นกำลังหลับๆสบายๆอยู่ แต่พอช่วงตี 3 กว่าๆ แม่รู้สึกว่าอากาศในห้องร้อนมากๆ ร้อนจนนอนต่อไม่ได้ ทั้งที่ไม่มีใครไปปรับเพิ่มอุณหภูมิแอร์เลย แต่ทำไมถึงร้อนนัก ทนพยายามฝืนให้หลับต่อก็ไม่หลับ พักใหญ่แม่ก็เลยลุกออกจากเตียง ตอนนั้นก็ตี 4 พอดี ลุกมา ก็กะว่ามานั่งหน้าคอมพ์ แล้วอาจจะง่วงแล้วไปหลับต่อ เพราะพ่อกับแม่นัดตื่นกันตอน 6 โมง
นั่งไปนั่งมาก็เริ่มง่วง แต่ก็ยังฝืนเพราะอีกไม่นานก็จะ 6 โมงแล้ว แต่พ่อก็ตื่นมาตอน 5.30 โมงด้วย เราเลยเตรียมตัวกันและออกจากบ้าน กันตั้งแต่ยังไม่ 7 โมงอย่างที่บอก
พี่ไมกี้ ยังคงหลับอยู่เลย ก่อนไป แม่ก็เข้าไปหอมแก้มพี่ไมกี้ แล้วกระซิบบอกว่า เจอกันเย็นนี้นะลูก (เพราะย่าจะพาพี่ไมกี้ไปเยี่ยมแม่ที่รพ.) แต่น้ำตาแม่ก็เอ่อๆแล้ว อยากพาพี่ไมกี้ไปด้วยจัง
ระหว่างทางมารพ. พ่อกับตื่นเต้นมากๆ แถมอากาศเช้าวันนั้นสดชื่นสดใส ท้องฟ้าโปร่ง อากาศเย็นนิดๆ ไม่ร้อนอบอ้าวสมกับหน้าร้อนเลย เลยทำให้แม่สบายใจและสดชื่น เตรียมต้อนรับหนูเต็มที่ และอยากเห็นอยากกอดหนูเร็วๆ เพราะแม่ยังจำวันแรกที่พี่ไมกี้เกิดได้เหมือนกัน ไม่รู้ว่าวันนี้ แม่จะสั่นตลอดการผ่าตัดเหมือนที่คลอดพี่ไมกี้รึเปล่าน๊า
พอไปถึงรพ. ก็ต้องนั่งรอเจ้าหน้าที่รับลงทะเบียน รอนานมากๆ แม่ไปพร้อมกับแม่ท้องแก่อีกคนนึง ที่นั่งรถเข็นมา เพราะเจ็บท้องจะคลอดให้ได้ซะตรงนั้นเลย แต่เจ้าหน้าที่ก็ไม่รู้ไปดื่มกาแฟหรือเสพเบรคฟาสต์อยุ่ที่ไหน จนมีเจ้าหน้าที่จะห้องคลอดเดินผ่านมาก็โทรตามเจ้าของโต๊ะ และเค้าก็ให้คุณแม่คนนั้นเข้าห้องเตรียมคลอดไปก่อน ส่วนพ่อกับแม่ไม่รีบ สักพักก็รอเจ้าหน้าที่มาถึง เซ้นต์เอกสารเล็กน้อย ก็เข้าไปเตรียมตัวข้างใน
พอเข้าไป เจ้าหน้าที่ก็เช็คให้ว่าคลอดกับหมอท่านไหน กี่โมง แต่แม่แอบเห็นในใบรายชื่อคนไข้ที่ต่อคิวกันมาคลอดเช้าวันเดียวกับหนูมีหลายคนเลย หมอของแม่ ก็มาทำคลอดตั้งแต่ตี 5 แหน่ะ
แล้วเจ้าหน้าที่ก็พาแม่เข้าไปนอนรอที่เตียง เปลี่ยนชุดเรียบร้อย พ่อก็เข้าไปนั่งรอกับแม่ด้วย ในห้องนั้นมีฉากกันเตียงอยุ่ 4 เตียง มีทั้งที่คนนอนรอไปคลอดแบบแม่ และคนที่เพิ่งออกจากห้องคลอด มาพักเพื่อรอห้องพักฟื้นเดี่ยวต่อไป
คราวนี้เจ้าหน้าที่ไม่ได้ทำอะไรกับแม่มากนัก ไม่มีวัดการเต้นหัวใจของหนู ไม่มีการอัลตร้าซาวนด์อีก แค่สวมปลอกชื่อที่ข้อมือ และเจาะเข็มคาไว้ที่แขนแม่ เพื่อเวลาเข้าห้องผ่าตัด จะได้เสียบสายน้ำเกลือหรือสายถุงเลือดได้เลย
นอนรอ นอนคุยกับพ่อไป แม่ก็อยากให้พ่อโทรกลับไปที่บ้าน ถามย่าว่าไมกี้เป็นงัยบ้าน ร้องมั๊ย งอแงมั๊ย พ่อก็ออกไปโทรนอกห้อง กลับมาบอกว่าพี่ไมกี้กำลังหม่ำมื้อเช้าอยู่ ไม่งอแงแต่อย่างใด
ซักพักคุณหมอของแม่ก็เข้ามารับคนไข้เตียงข้างๆแม่ หมอก็ทักทายพ่อกับแม่นิดหน่อย จนได้เวลา 10.30 พอดีเด๊ะ เจ้าหน้าที่ก็เข้นแม่เข้าห้องผ่าตัด ให้พ่อไปใส่เสื้อคลุมเพื่อเข้าไปกับแม่ด้วย
พอเข้าไป แม่ก็ต้องลุกนั่ง บนเตียงนั่นแหละ เพื่อให้หมอเจาะฉีดยาชาเข้ากระดูกสันหลัง ครั้งนี้ แม่ไม่สั่นเหมือนครั้งก่อนแล้ว และแม่ก็รุ้งานดีด้วย ว่าต่อไปหมอจะให้แม่ทำอะไรบ้าง หรือหมอจะทำอะไรกับแม่บ้าง ตอนที่ช่วงล่างแม่ชาไปแล้ว
และแม่ก็รู้สึกว่าคลอดหนูคราวนี้ ทุกอย่างผ่านไปเร็วมากๆ และผ่านไปได้ด้วยดี ระหว่างที่คุณหมอกับผู้ช่วย กำลังผ่าตัดอยู่ แม่ก็ภาวนาว่าขอให้หนูปลอดภัย สุขสาพสมบุรณ์แข็งแรง แค่นั้นจริงๆที่แม่ต้องการในเวลานั้น และอยากเห็น อยากกอดอยากจูบหนูมากๆเลย
ซึ่งแม่เอง ไม่เคยเตรียมตัวเตรียมใจกับอะไรๆที่อาจจะเกิดขึ้นกับแม่ ระหว่าที่ทำการคลอดเลย เพราะจากประสบการณ์ที่แม่คลอดพี่ไมกี้ ทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดี แม่จึงคิดเสมอๆว่า การผ่าตัดคลอด ง่ายและปลอดภัยที่สุด แม้แต่ตอนที่คลอดหนูเอง ทุกอย่างก็ปลอดภัย ทั้งแม่และลูก
แต่หลังจากคลอดหนูแล้ว แม่กลับไปได้ยินเรื่องปัญหาการผ่าตัดคลอดจากน้าจอย และเพื่อนของแม่ อีก 2-3 คน แม่เลยกลับมาคิดว่า แม่โชคดีมากๆที่ไม่ได้เจอเหตุการณ์แบบนั้น เพราะแม่เคยคิดว่า ถ้าเราเจอเหตุการณ์อย่างนั้น แล้วแม่ไม่ได้อยู่เพื่อเห็นหน้าหนูแม้แต่วินาทีแรกที่เกิด และตลอดไป หนูกับพ่อและพี่ไมกี้จะเป็นยังงัย วิญญาณแม่จะได้มีโอกาสมาล่องลอยเพื่อติดตามและเฝ้าดู พ่อกับลูกๆ เหมือนในหนังในละครรึเปล่า ถึงตอนนี้ แม่จะขอบคุณใครดีที่มอบโชคดีๆอย่างนี้ให้กับพวกเรา
คุณหมอทำการผ่าคลอดหนูออกมา ใช้เวลาแค่ครึ่งชม.เท่านั้น แล้วแม่ก็ได้ยินเสียงหนูร้อง แม่รีบบอกพ่อเลยว่าให้ดูซิว่าลูกเป็นงัย พ่อเค้าก็กล้าๆกลัวๆไม่กล้ามองตอนที่หมอดึงหนูออกมา พ่อบอกแต่ว่าตัวใหญ่ และผมดำ พ่อมาบอกตอนหลังว่า เห็นแค่นั้นจริงๆ เพราะพ่อไม่กล้าดู ฮ่าๆๆ
และพยาบาลก็มาขอกล้องจากพ่อ เพื่อจะถ่ายรูปหนูให้ ซึ่งต่างกับตอนพี่ไมกี้ เพราะตอนนั้นหมอไม่ให้ถ่ายรูปเลย ต้องถ่ายหลังจากนั้น 2 ชม.ไปแล้ว แม่เสียดายมากที่ไม่มีรูปพี่ไมกี้ในห้องคลอด
ซักพักพยาบาลก็อุ้มหนูมาให้แม่กอดทักทาย แม่ก็พูดกับหนูว่า Happy Birthday to you,Mary. ตอนนั้นน้ำตาแม่ก็เอ่ออีกรอบ รอบแรกก็ตอนนอนรอฟังเสียงร้องเสียงแรกของหนูนั่นแหละ

แล้วพยาบาลก็เข็นรถหนูเพื่อพาไปห้องเด็กให้พ่อเดินตามไปด้วย เอ๊ะ หรือให้พ่ออุ้มหนูไปหน่ะ แม่ก็จำไม่ได้แล้วซิ ไว้หนุถามพ่อเองอีกทีนะจ๊ะ
พอเสร็จจากห้องคลอด พ่อก็มารับแม่ และพยาบาลก็เข้นเตียงแม่มาที่ห้องเดิมที่แม่เตรียมคลอด และเราก็ได้ห้องพักฟื้นเดี่ยว
พอเข้าห้องได้ แม่ก็พยายามให้พ่อโทรไปหาพี่ไมกี้อีก แต่พ่อบอกเดี๋ยวค่อยโทรก็ได้ เพราะพ่อไม่อยากให้พี่ไมกี้รู้ตัวพ่อกับแม่ไม่อยู่บ้าน เดี๋ยวเค้าจะงอแง แม่เองก็เริ่มง่วงมากๆแล้ว ทั้งฤทธิ์ยา ทั้งเพลียที่นอนไม่ได้เยอะเมื่อคืน ก็หลับไป
บ่ายแก่ๆ พยาบาลก็พาหนูเข้ามาหาแม่ ให้แม่ป้อนนม แม่ยังไม่มีน้ำนมหรอก แต่หนูหน่ะดูดนมเก่งกว่าพี่ไมกี้อีกนะ รายนั้นหน่ะ ไม่เอาเลยจุกนมของแม่เนี๊ยะ แต่หนูนะ อ้าปากรอเลยลูกเอ๊ย และก็ดูดเป็นตั้งแต่จ๊วบแรกเลย ดูดๆไปงั้นแหละ น้ำนมแม่ออกมาแค่หยดเดียวเองมั๊งเพราะหนูดูดซักพัก แม่ก็เห็นร่องรอยขาวๆที่หัวนมตอนแม่บีบหัวนมเท่านั้น แล้วก็เปลี่ยนมาให้หนูดูดนมฟอร์มูล่า แม่ทำอย่างนี้ตลอด 3 วันที่อยู่รพ. คือพยายามให้หนูดูดกระตุ้นนมแม่ก่อนซักครึ่งชม. แล้วถึงให้ฟอร์มูล่าตาม ทุกมื้อ จนนมแม่ในเช้าวันที่ 4 ตอนที่เรากำลังจะออกจากรพ.เพื่อกลับบ้านกันนั้นแหละ และแม่ก็ให้หนูดูดนมแม่มาจนถึงตอนนี้ก็ขวบนึงพอดี
แม่เคยนึกๆว่าวันที่แม่ให้หนูหย่านมแม่ วันนั้นแม่จะรู้สึกและเป็นยังงัยบ้างนะ เพราะแม่เริ่มชินซะแล้ว เวลาหนูร้อง หนูหิว หนูง่วง สิ่งแรกเลยคือแม่ต้องควักเต้าให้หนูดูดก่อนเลย แต่จะหิวไม่หิว ดูดไม่ดูดนั้นก็อีกเรื่องนึง
และแม่เป็นคนที่ผูกพันกับทุกสิ่งอย่างที่แม่ทำประจำทุกวัน จนวันนึงจะไม่ได้ทำอีกแล้ว แม่จะรู้สึกเหงาขึ้นมาทันที เหมือนชีวิตมันขาดอะไรไป และชีวิตไม่มีระบบขึ้นมาทันที แม่ยังไม่รุ้เลยว่า แม่จะหักใจตัดใจหย่านมให้หนุยังงัยดี
วันแรกแม่ยังลุกจากเตียงไม่ได้ หมอให้ลุกได้วันที่ 2 พ่อเองก็ช่วยอุ้มหนูเวลาหนุร้อง เพราะหนุไม่ยอมนอนในเปลเลย วางปุ๊บร้องปั๊บ และหนุก็หลับตลอด หลับได้หลับดีจริงๆ ไม่มีลืมตาเลยว่าตาโตแค่ไหน อิอิ ในวันแรก พยาบาลจะเอาหนุไปเลี้ยงให้ เพื่อให้แม่ได้พักผ่อน แต่พอกลางคืน จะเอามาให้แม่เลี้ยง แม่ก็นอนกอดหนูอยู่ในเตียงแม่นี่แหละ แต่แม่ทำทุกอย่างให้ปลอดภัยที่สุด เอาหมอนมากั้นฝั่งที่หนูนอน หนูนอนหนุนแขนแม่ตลอด และดีอย่าง แม่เองก็หลับๆตื่นๆมาเช้คหนูตลอดว่าหนูโอเคมั๊ย บางครั้งหลับไป ขนาดพยาบาลเข็นเครื่องเข้ามาเช็คแม่ตอนกลางคืน แม่ยังไม่รุ้ตัวเลย พอลืมตามาก็เห็นเค้ายืนอยุ่ข้างเตียงแหละ
ส่วนพ่อหนู ในคืนแรก เรายังไม่รู้ทิศทางอะไรมาก พ่อก็กางโซฟานอนตรงปลายเตียงแม่ ซึ่งตรงกับประตูห้อง เวลาพยาบาลเข้ามา พ่อก็จะเด้งตัวลุกขึ้นมาทุกๆ 2 ชม.ที่เค้าเข้ามาตรวจเลย คืนที่ 2 ไม่ไหวหล่ะ แม่สงสารพ่อเลยบอกให้ย้ายโซฟามานอนติดกับเตียงแม่ที่ไม่ใช่ด้านที่แขวนถุงน้ำเกลือ นั้นแหละพ่อเลยได้หลับบ้าง ไม่ต้องเกรงใจพยาบาลเท่าไหร่
มาเล่าเรื่องพี่ไมกี้ในตอนนั้นบ้าง
จากที่ตกลงกันไว้ว่าย่าจะพาพี่ไมกี้มาเยี่ยมแม่ในวันแรก ก็ไม่ได้มา เพราะแถวบ้านจะเกิดพายุ เลยยกเลิก แต่พี่ไมกี้ก็ยังไม่งอแง เพราะเค้าติดป้า(ของพ่อ)ที่มาช่วยย่าเลี้ยงเค้า แต่ก็ถามเสมอว่าพ่อแม่ไปไหน ซึ่งเค้าเองก็รับรู้เป็นอย่างดี
พออีกวันนึง ลุงกับย่าก็พาพี่ไมกี้มาเยี่ยม พอเข้ามาในห้อง พี่ไมกี้ก็งงว่าทำไมแม่ต้องนอนบนเตียงคนไข้แล้ใส่ชุดแปลกๆ และนั่น"เบบี้"ที่ไหนหน่ะ แล้วทำไมพ่อต้องอุ้มไว้ด้วย
เค้าไม่กล้าเดินเข้ามาหาพ่อแม่เลย เลยต้องให้ย่ากับป้าอุ้มหนูไว้ แล้วแม่ก็เข้าไปกอดไมกี้ พ่อก็เข้าไปอุ้มด้วย แต่เรียกให้มาดูน้อง เค้าไม่กล้าเข้ามา ซักพักปรับตัวได้ก็เดินสำรวจห้องและเครื่องมือจนเพลิน แต่ไม่กล้าเข้ามาดูน้องอยู่ดี
แม่เนี๊ยะ ร้องไห้เลย สงสารพี่ไมกี้มาก รู้เลยว่าลูกคงงง และคงรู้สึกแปลก ที่ตอนนั้นมีใครอีกคนเข้ามาร่วมในชีวิตของเค้า
แต่แม่อยากให้ลูกทั้งสองคนรู้ว่า ไม่มีใครมาแย่งความรักหรือแชร์ความรักของใครอีกคนให้ลดน้อยลงไป แต่แม่กับพ่อมีหัวใจสองดวงที่รักลูกทั้งสองคนเท่าๆกันจริงๆ
Edit
พอวันที่เราออกจารพ. เราก็ไปหาซื้อของขวัญเพื่อให้ Big Brother ของหนู เป็นรถดับเพลิงคันใหญ่ พอเราไปถึงบ้านกัน พี่ไมกี้ก็มาเปิดประตูให้แม่ พี่เค้าดีใจที่แม่กลับมากับพ่อและน้อง(พ่ออุ้มน้องอยู่) ไมกี้เลยวิ่งกระโดนขึ้นมากอดแม่ แม่ก็รับพี่ไมกี้มาอุ้ม ตอนนั้นแม่ก็ดีใจ อุ้มพี่ไมกี้แบบรู้สึกว่า พี่ไมกี้ตัวเบามากๆสำหรับแม่ (คนที่เพิ่งผ่าตัดมา และไม่ควรยกของหนัก)แต่ความรู้สึกตอนนั้น พี่ไมกี้ไม่ได้หนักเลยสำหรับแม่ และไม่ทำให้ปวดแผลแต่อย่างใด
พอจูบพอหอมกันพอให้หายคิดถึง ก็ให้พี่ไมกี้ดูน้อง เค้าก้เข้าหาน้องอย่างง่ายดาย เรียก เบบี้อย่างนั้น เบบี้อย่างนี้ และพอเค้ารู้ว่าของขวัญที่น้องให้เค้า เป็นชิ้นที่ถูกใจมาก เล่นไม่มีวางเลย พอใครต่อใครมาบ้าน ก็จะบอกรถคันนี้แมรี่ให้เค้าๆ และเค้าก็คงรู้สึกดีใจที่น้องรักเค้า และเค้าก็ปฏิบัติกับน้องนุ่มนวลและทนุถนอมเหมือนกัน
แม้ตอนนี้ พี่เค้าจะแกล้งหนุบ้าง เพราะหนูโตขึ้น และแข็งแรงขึ้นมากแล้วนั้นเอง พี่เค้าเลยกล้าเล่นกับหนูแรงๆ สังเกตได้จาก เวลาหนูเล่นอะไรๆอยู่ แล้วพี่ไมกี้มาแย่งจากมือหนู หนูพยายามอย่างที่สุดที่จะไม่ให้พี่ไมกี้แย่งไปได้ แต่ถ้าพี่แย่งไปได้เมื่อไหร่ หนูจะลุกขึ้นวิ่งตามพี่เค้าทันที เกิดอาการไม่ยอมกันง่ายๆซะแล้ว
...................
และวันนี้ ตอนนี้ หนูก็อยู่ตรงนี้ อยุ่กับพวกเรามาตลอด 1 ปีเต็ม เวลาผ่านไปเร็วจริงๆ เพราะแม่มีความรู้สึกว่า แม่เพิ่งมีหนูมาเมื่อวานนี้เอง และเพิ่งมีพี่ไมกี้มาเมื่อวานซืนนี้เอง จริงๆนะ ตลอดเวลาที่เลี้ยงลูกๆมา มันมีความเหนื่อยทั้งกายเหนื่อยทั้งใจตลอดทั้งวันแหละ แต่พอได้เห็นรอยยิ้มและความสุขบนใบหน้าลูกๆ แม่ก็ลืมเรื่องเหนื่อยเรื่องหงุดหงิดเล่านั้นไปทันที กลับมาได้คิดว่า แม่โชคดีมากๆที่สุดในชีวิต ที่มีสิ่งที่สวยงาม 2 สิ่งนี้อยู่ในอ้อมกอดของแม่
แต่พูดยังไม่ทันขาดคำ แม่ก็ต้องเหนื่อยอีกหล่ะ อิอิ
ตั้งแต่หนูเกิดมา จากวันนั้น ที่เวลาต้องไปไหนมาไหน แม่หรือใครต่อใครต้องอุ้มหนู ต่อมาหนุก็คลาน ต่อมาก็ยืนและเดินโดยที่ต้องเกาะสิ่งต่าง แต่ตอนนี้หนูสามารถเดินได้ด้วยขาของตัวเองแล้ว แม้ ณ วันนี้จะยังไม่มั่นคง แข็งแรง ยังมีหกมีล้มบ้าง แต่หนูก็สามารถลุกขึ้นเดินใหม่ได้เองแล้ว และอีกไม่นานเท้าทั้งสอง ขาทั้งสอง ของหนูก็จะมั่นคงและแข็งแรงขึ้นเรื่อยๆ
พ่อกับแม่และพี่ไมกี้ก็ขอชื่นชมหนูอย่างนี้ตลอดไปตราบนานเท่านาน "เรา"ขอให้หนูเป็นคนที่มั่นคงแข็งแรงที่กายและใจ เป็นคนจิตใจดี ความคิดดี สมบูรณ์แข้งแรงตลอดไป และถึงแม้ในวันข้างหน้าหนูจะล้มลุกคลุกคลานยังงัย หนุก็ยังจะมีพ่อแม่ พี่ชาย และทุกคนที่รักหนู เค้าเหล่าจะช่วยประคอง ยื่นมือดึงหนุขึ้นมาให้เดินได้อีกครั้ง และจะคอยให้กำลังใจและกอดหนูด้วยความรักเต็มหัวใจ อย่างนี้ตลอดไป และขอให้หนูเจอแต่คนดีๆที่จะพาหนูไปเจอแต่สิ่งดีๆ และอย่าลืมที่จะมอบสิ่งดีๆพร้อมจิตใจดีๆให้กับคนรอบข้างด้วย เพื่อที่หนูจะได้รับมันกลับมาเช่นเดียวกัน

พ่อกับแม่ รักหนูและพี่ไมกี้ที่สุดในโลก

Posted on Sat 26 Jul 2008 23:54 |
|